ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: รบกวนสมาชิกทุกท่านกรอก E-mail จริงในการสมัคร เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่านครับ.....
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ทักษิณ” หลอก “เสื้อแดง” ทำสงคราม “ล้มสถาบัน”  (อ่าน 323 ครั้ง)
tusumomo
จ่าสิบตรี ขั้น ๑
*

คะแนนความดี: +214/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: วันที่ 11 มีนาคม 2010, 03.25 น. »

ผ่าประเด็นร้อน
       
       เพิ่งมีการระบุอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกจากปากของ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า การชุมนุมของ “คนเสื้อแดง” ในสังกัดของ ทักษิณ ชินวัตร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้มีเป้าหมายเพื่อต้องการ “ล้มกระดาน” และ “โค่นล้มสถาบัน” ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จตามที่ต้องการก็ต้องสร้างความวุ่นวายและ “ก่อจลาจล” เท่านั้น
       
       อย่างไรก็ดีสำหรับชาวบ้านที่มีปัญญาและติดตามความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ และบุคคลในเครือข่ายย่อมมองออกมาตั้งนานแล้วว่าเขานี่แหละคือ “หัวหน้าขบวนการล้มเจ้า” ตัวจริง เพราะที่ผ่านมาทั้งพฤติกรรมและคำพูด รวมไปถึงบุคคลต่างๆที่อยู่รอบตัวต่างพูดจาจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัว และให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน
       
       ยกตัวอย่างคำพูดของ ทักษิณ มาทบทวนให้ได้ฟังกันอีกครั้งสำหรับพวกเสื้อแดงที่บอกว่า “จงรักภักดี” ทั้งหลายจะได้ตาสว่างเสียที เช่น “เอะอะก็หาว่าผมไม่จงรักภักดี ปัดโธ่ ถ้านายกฯไม่จงรักภักดีแล้วผีที่ไหนจะจงรักภักดี(ว่ะ) (25 ธ.ค.2548 งานนายกฯพบแท็กซี่)
       
       “ยกเว้นพระเจ้าอยู่หัวกระซิบข้างหูว่าทักษิณ ลาออกเถอะเท่านั้นจะกราบพระบาทลาออกแน่นอน” (4 ก.พ.49 ในรายการนายกฯคุยกับประชาชน) ฯลฯ หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอย่าง “ไฟแนลเชียลไทม์” เหิมเกริมกล่าวให้ร้ายพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงล่วงรู้การก่อการรัฐประหารเพื่อโค่นล้มเขาเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549
       
       และเหิมเกริมจาบจ้วงจนไม่รู้ว่าจะหาคำมาประณามอย่างไรได้เหมาะสมก็คือการให้สัมภาษณ์กับ “เดอะไทม์ออนไลน์” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2552 ที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เห็นก็คือการวิพากษ์วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด ซึ่งการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเปรียบเหมือน “ใบเสร็จ” หรือหลักฐานที่มัด ทักษิณ จนดิ้นไม่หลุด
       
       นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมจาบจ้วง และไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เนืองๆ เช่น เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2548 ทักษิณได้บังอาจเข้าไปเป็นประธานทำบุญในวัดพระแก้ว โดยที่ตัวเองนั่งบน “พรมแดง”
       
       ขณะเดียวกันยังมีพฤติกรรม “ตีตนเสมอเจ้า” ที่ปรากฏออกมาหลายครั้ง ซึ่งหากบอกว่าเป็นเรื่อง “พลั้งเผลอ” หรือ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรณีไปหาเสียงพบปะกับประชาชน มีการโบกธง “ทรงพระเจริญ” ต้อนรับบ่อยครั้ง
       
       นี่ยังไม่นับบุคคลที่อยู่รอบตัวทั้งที่เป็นแกนนำเสื้อแดง อย่าง “วีระ มุสิกพงศ์” ที่ในอดีตเคยถูกจำคุกในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และปัจจุบันก็ยังถูกดำเนินคดีซ้ำซาก รวมไปถึงแนวร่วมคนอื่นๆที่มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
       อีกทั้งล่าสุดยังมีสื่อในเครือในชื่อ voce of taksin ที่ลงรูป ครุฑที่ถูกปิดหน้า พร้อมทั้งมีข้อความหน้าปกว่า “ปิดหน้าปล้น” หรือเรียงร้อยข้อความว่า “บ้านที่ดีต้องเริ่มที่พ่อ” เป็นต้นเพื่อจงใจสื่ออย่างมิบังควร ซึ่งนิตยสารดังกล่าวฉบับก่อนหน้านี้ยังได้เคยตีพิมพ์ภาพปกเป็นรูปพระเจ้าตากสินมหาราชพร้อมทั้งมีข้อความเป็นปริศนาเรื่อง “กลับชาติมาเกิด” และการให้ร้าย “ราชวงศ์จักรี” เป็นต้น
       
       น่าสังเกตก็คือเป็นการออกมาสอดคล้องกันหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ของ ทักษิณ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. โดยหลังจากนั้น เขาและบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงต่างนำไปบิดเบือนปลุกระดมว่า “ถูกปล้น” และโดยเฉพาะทักษิณ นอกจากไม่เคารพคำพิพากษาที่กระทำภายใต้พระปรมาภิไธยแล้วยังมีการกล่าวอย่างฉวัดเฉวียนอีกว่า มี “คนชักใย” ศาลอีกด้วย
       
       ทั้งพฤติกรรมและคำพูดดังกล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีใครปรุงแต่งหรือจินตนาการขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายป้ายสี หรือไม่มีใครอิจฉาทักษิณ กับพวก แต่ทุกอย่างทุกประการมีหลักฐานอย่างเด่นชัด ดังนั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดล้วนมีเจตนาต้องการโค่นล้มสถาบันอย่างชัดเจน หรือเพียงเพื่อบีบบังคับให้ “เบื้องบน” ลงมาเจรจาให้เขาพ้นความผิดเท่านั้น เพียงแต่ว่ายังมีคนเสื้อแดงอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้ความจริง ยังคิดว่าทักษิณ จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นก็กำลังหลอก “คนเสื้อแดง” ว่ามาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความเป็นธรรม ทั้งที่เป้าหมายแท้จริงคือต้องการ “ล้มกระดาน” และ “โค่นล้มสถาบัน” เท่านั้น
       
       โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองและคนอื่นที่อยู่ข้างหลังจะฉิบฉายวายวอดอย่างไรก็ไม่สนใจ เพราะเวลานี้ทั้งลูกเมียและญาติคนใกล้ชิดต่างบินหนีไปต่างประเทศเพื่อเอาตัวรอดกันหมดแล้ว ปล่อยให้คนเสื้อแดงที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เอาชีวิตไปเสี่ยง !!
บันทึกการเข้า
SNC Staff
JuniorProgrammer
{ผู้บัญชๅกๅsnหๅsสูงสุด}
พันตรี ขั้น ๕
*

คะแนนความดี: +47/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,948


Poke'mon = Programmer


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 11 มีนาคม 2010, 07.37 น. »


คนรากหญ้าเค้าก็เฮตามกันไปแหละครับ ถามว่าทำไปแล้วได้อะไร คงไม่มีใครตอบได้ครับ ขอแค่เบี้ยเลี้ยงจากการชุมนุม
ดีกว่าอยู่บ้านคิดอะไรไม่ออก ไม่มีทางหาเงิน ไปชุมนุมมีเงินใช้ มีข้าวเลี้ยง สบายกว่ากันเยอะ

ตอนทักษิณอยู่ ได้อะไรบ้่าง ไม่มีเลยครับ บริหารประเทศเหมือนทำธุรกิจ ผลประโยชน์ทั้งนั้น แปลงรัฐวิสาหกิจเพื่อจะได้เงินเพิ่ม
ออกกองทุนหมู่บ้านเพื่อกินดอกเบี้ยกับชาวบ้าน พูดจูงใจตลอด .."ผมรักพี่น้องทุกคน" จิตวิทยาทำความสนิทสนม เพืื่อซื้อใจ
เพื่อทำตัวดูไม่ห่างจากประชาชนมากเกินไป

บอกว่้าผมผมเดือดร้อนมากอยากกลับประเทศ โห... กินอยู่อย่างสบาย เสื้อแดงต้องมาตายแทน... ใช้หัวคิดดูบ้างนะครับ มองดูดีๆ
แค่เค้าโพนอินมาก็ดีใจแล้ว...หรอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 12 มีนาคม 2010, 00.10 น. โดย SNC Staff » บันทึกการเข้า

tusumomo
จ่าสิบตรี ขั้น ๑
*

คะแนนความดี: +214/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 12 มีนาคม 2010, 17.21 น. »

ขอแยกแดงเป็น 3 กลุ่ม

1 พวกเลว เห็นแก่ได้ พวกนี้เห็นแก่เงิน ทำทุกอย่างเพื่อเงิน
2 พวกน่ารัก พวกนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาให้ทำอะไรก็ทำ
3 พวกหลง พวกนี้หลงพ่อมันไม่ลืมหูลืมตา แม้พ่อจะอัปรีย์ยังไง มันก็ยังเห็นพ่อมันดีที่สุด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้าหลัก | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ดูทีวีออนไลน์ | สติ๊กเกอร์โหวต | อัลบั้มรูปถ่าย | เกมส์มันส์ๆ | ประกาศซื้อ-ขาย | ติดต่อโฆษณา
เว็บบอร์ด สกลนครดอทคอม
 
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตราบเท่าที่ระบุว่ามาจาก สกลนคร.คอม
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.064 วินาที กับ 19 คำสั่ง